• การวัดอัตราการใช้น้ำมันตามมาตรฐาน UN R101 เป็นการวัดด้วย Gas Analyzer ซึ่งเป็น Flow Meter ที่มีความเที่ยงตรงที่สุด โดยการทดสอบจะกระทำในห้องปฏิบัติการที่ได้ควบคุมปัจจัยต่างๆ ที่สำคัญสำหรับการขับขี่ไว้ ได้แก่ ผู้ขับขี่, สภาพการจราจร, เส้นทาง, น้ำมันที่เติม, การใช้เครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าในรถยนต์ และสภาพภูมิอากาศและความกดอากาศ เป็นต้น
    • อัตราการใช้น้ำมันที่แสดงใน ECO Sticker ซึ่งปัจจัยสำคัญเหล่านี้ถูกควบคุม จึงย่อมแตกต่างจากอัตราการใช้น้ำมันในชีวิตจริง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลง
    • อัตราการใช้น้ำมันในชีวิตจริง สำหรับรถยนต์รุ่นเดียวกันก็มีความแตกต่างกัน เช่น นาย ก กับนาย ข ขับรถยนต์ที่เหมือนกันทุกประการ (รวม 2 คัน) ไปบนเส้นทางเดียวกัน ในสภาพการจราจรเดียวกัน ในสภาพภูมิอากาศเดียวกัน และเติมน้ำมันจากหัวปั๊มเดียวกัน เปิดเครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิเดียวกัน ฟังวิทยุที่ความดังเท่ากัน อย่างไรก็ตาม รถยนต์ทั้ง 2 คันนั้น จะมีอัตราการใช้น้ำมันที่ไม่เท่ากัน เพราะ นาย ก และนาย ข มีรูปแบบการขับขี่ที่แตกต่างกัน
    • อัตราการใช้น้ำมันในชีวิตจริงของรถยนต์ของนาย ก. ก็ยังมีความแตกต่างกันในแต่ละวันถึงแม้ว่า นาย ก.จะขับรถยนต์ไปตามเส้นทางเดียวกันทุกวันก็ตาม สาเหตุเนื่องจาก สภาพจราจรหรือสภาพภูมิอากาศในแต่ละวัน มีความแตกต่างกันไป ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงปัจจัยหนึ่งย่อมทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันเปลี่ยนแปลงไป
    • เมื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ารถยนต์ ได้ยื่นข้อมูลรถยนต์และผลการทดสอบของรถยนต์เข้าสู่ระบบ Cloud Base Application มาแล้ว ระบบจะส่งข้อมูลและผลดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมสรรพสามิต และ หน่วยทดสอบ (Technical Service) ของ UN ทั่วโลก โดยหน่วยงานเหล่านี้ จะตรวจสอบข้อมูลและผลทดสอบ หรือเอกสารที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ายื่นเข้ามา ก่อนที่จะอนุมัติ ECO Sticker กลับไปให้ผู้ผลิต
    • QR code บน ECO Sticker สามารถใช้โปรแกรมอ่าน Code บน Line หรือ App. QR Code Reader บนเครื่อง Smart Phone ต่างๆ ได้
    • เมื่อผู้ซื้อรถยนต์อ่าน QR Code บน ECO Sticker แล้ว จะได้รับป้าย ECO Sticker ของรถยนต์คันนั้น แต่มีตัวอักษร ECO Sticker พาดผ่าน เพื่อมิให้ทำการปลอมแปลงหรืออ่านซ้ำได้อีก
    • หากผู้ซื้อรถยนต์พบว่า คุณสมบัติของรถยนต์คันที่ซื้อ หรือ VIN บนรถยนต์นั้นไม่ตรงกับข้อมูลบน ECO Sticker ก็สามารถแจ้งตำแหน่งให้ระบบทราบ เพื่อการตรวจสอบต่อไป
    • ภายหลังการเปิดตัว www.car.go.th นอกจากจะได้ ECO Sticker แล้ว จะสามารถทราบข้อมูลรถยนต์อื่นๆ นอกเหนือจากที่ปรากฏบน ECO Sticker, ดาวน์โหลดโบรชัวร์ของรถยนต์คันนั้น, ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อเดือน และสามารถค้นหาและเปรียบเทียบรถยนต์คันนั้น กับรถยนต์คันอื่นๆ ในระบบได้
    • ECO Sticker ติดอยู่บนกระจกบังลมด้านหน้า หรือกระจกด้านข้าง
    • ECO Sticker ไม่ใช่ถูกติดเป็นการถาวร โดยหลังจากแล้ว ผู้ซื้อรถยนต์ที่รับแล้ว จะสามารถแกะ ECO Sticker ออกได้โดยสะดวก
    • ในกรณีผู้ซื้อรถยนต์ ต้องการนำรถยนต์ไปติดอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับกระจก เช่น การติดฟิล์มกรองแสง หรืออื่นๆ ก่อนการส่งมอบรถยนต์ จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้ซื้อรถยนต์ใหักับผู้จัดจำหน่าย (Dealer) เพื่อให้สิทธิในการปลด ECO Sticker ออกจากรถยนต์ โดยทาง Dealer จะต้องเก็บรักษา ECO Sticker ไว้ให้กับผู้ซื้อรถยนต์ตอนส่งมอบรถยนต์ด้วย (อาจจะปลดออก แล้วมาเก็บไว้ในกล่องหน้ารถ เป็นต้น)
    • ประเทศผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำทุกประเทศ (ยกเว้น รัสเซีย) มีการติด ECO Sticker แล้ว คิดเป็นประมาณ 70% ของรถยนต์ที่จำหน่ายในโลก ในภูมิภาคอาเซียน มีเพียงประเทศไทย และประเทศสิงคโปร์เท่านั้น ที่มีระบบ ECO Sticker
• หลักการของ ECO Sticker (เป็นการบูรณาการกับ โครงสร้างภาษีใหม่)
    i. ความเป็นธรรมกับประชาชนผู้เสียภาษี: โครงสร้างภาษีใหม่ให้สิทธิ ผู้ผลิต/ผู้นำเข้ารถยนต์ ที่จะยื่นขอลดหย่อนอัตราภาษีสรรพสามิตที่พึงชำระของรถคันหนึ่งได้ ตามหลักฐานสมรรถนะและคุณภาพของรถคันนั้น ดังนั้นเจ้าของภาษี ซึ่งก็คือ ประชาชน ก็ย่อมมีสิทธิที่จะทราบข้อกล่าวอ้างนั้น ผ่านระบบ ECO Sticker ด้วยเช่นกัน
    ii. ความโปร่งใสต่อผู้บริโภค และผู้ใช้รถยนต์: นอกจากรถยนต์ในโครงการ ECO Car นี่เป็นครั้งแรกในไทย ที่มีการเปิดเผยสมรรถนะรถยนต์ที่วัดตามมาตรฐานสากลเดียวกัน
    iii.กระตุ้นการยกระดับการผลิตสินค้ายานยนต์ที่มีคุณภาพ:
    iv. Digital Government: ระบบการดำเนินงานของ ECO Sticker เป็นระบบ Cloud Based Application ที่เชื่อมโยงระหว่างสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร และ บริษัท Technical Service ทั่วโลก การใช้งานของระบบจะมีลักษณะโครงสร้างของระบบ Cloud Based Application คล้ายกับระบบ Email เช่น hotmail หรือ gmail
• ขั้นตอนการขอ ECO Sticker
    1. ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ลงทะเบียนเปิด Account -> ได้รับ Username & Password
    2. ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า Login เข้าสู่ระบบ และยื่นข้อมูล หลักฐาน เอกสาร ของรถยนต์ที่จะขอ ECO Sticker
    3. สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมสรรพสามิต และ บริษัท Technical Service ของ UN ทั่วโลก เข้าตรวจเอกสารที่หน่วยงานนั้นเป็นผู้รับผิดชอบ
    4. ระบบสร้าง ECO Sticker และส่งกลับให้ ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ยื่นขอ
    5. ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า นำ ECO Sticker ไปยื่นเป็นหลักฐานขอลดหย่อนภาษี กับ กรมศุลกากรหรือกรมสรรพสามิต
    6. ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้านำ ECO Sticker ไปติดที่กระจกรถยนต์ใหม่คันนั้น ก่อนส่งไปยังสถานที่แสดงหรือจัดจำหน่ายรถยนต์